คู่กรณีไม่มีประกัน/ไม่ยอมรับผิด ทำยังไงให้ได้เงินคืน

คู่กรณีไม่มีประกันภาคสมัครใจ ไม่ได้แปลว่าคุณจะไม่ได้เงิน: ถ้าคุณมีประกันชั้น 1 ให้บริษัทของคุณซ่อมรถก่อนแล้ว "ไล่เบี้ย" เอากับคู่กรณีเอง / คนเจ็บเบิก พ.ร.บ. ของรถคู่กรณีได้ / คู่กรณีไม่มีแม้แต่ พ.ร.บ. ก็ยังมีกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยรองรับค่ารักษา ส่วนกรณีเถียงกันว่าใครผิด ให้หลักฐานกับตำรวจเป็นคนตัดสิน อย่าตัดสินกันเองข้างถนน
อัปเดตล่าสุด: 19 กรกฎาคม 2026
กรณีที่ 1: คู่กรณีผิด แต่ไม่มีประกันภาคสมัครใจ
คุณมีประกันชั้น 1: ทางที่เร็วที่สุดคือแจ้งเคลมประกันตัวเอง ให้บริษัทซ่อมรถให้ก่อน แล้วบริษัทจะใช้ "สิทธิไล่เบี้ย" (รับช่วงสิทธิ) ไปเรียกเงินคืนจากคู่กรณีเอง คุณไม่ต้องไปทวงหนี้เอง ไม่เสียประวัติเคลมแบบฝ่ายผิด และแจ้งข้อมูลคู่กรณีให้ครบเพื่อไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก
คุณมีประกันชั้น 2+/3+ ขึ้นไป: ชนกับยานพาหนะทางบกและระบุคู่กรณีได้ = เคลมซ่อมรถตัวเองได้ตามทุนประกัน ให้บริษัทไล่เบี้ยเช่นกัน
คุณไม่มีประกันเลย หรือมีแค่ พ.ร.บ.: ต้องเรียกร้องจากคู่กรณีโดยตรง — ทำตามขั้นตอนนี้:
- ลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ ระบุว่าคู่กรณียอมรับผิดหรือไม่ พร้อมพยานหลักฐาน
- ทำหนังสือเรียกค่าเสียหายพร้อมใบเสนอราคาซ่อมจากอู่/ศูนย์ ส่งให้คู่กรณี (เก็บหลักฐานการส่ง)
- ตกลงผ่อนจ่ายได้ แต่ให้ทำ บันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ระบุยอด งวด และลงลายมือชื่อสองฝ่ายต่อหน้าตำรวจหรือพยาน
- เบี้ยว → ฟ้อง คดีผู้บริโภค/คดีแพ่ง เรียกค่าซ่อม ค่าขาดประโยชน์ระหว่างซ่อม และค่าเสื่อมราคาได้ คดีละเมิดมี อายุความ 1 ปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด อย่าปล่อยเกิน ยอดไม่เกิน 300,000 บาทฟ้องศาลแขวงได้ ฟ้องเองได้ไม่ต้องมีทนาย (เจ้าหน้าที่ศาลช่วยเขียนคำฟ้องให้)
กรณีที่ 2: มีคนเจ็บ — เงินค่ารักษามาจากไหน
- รถคู่กรณีมี พ.ร.บ. → ผู้บาดเจ็บเบิกค่าเสียหายเบื้องต้นได้ทันทีไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด: ค่ารักษาตามจริงไม่เกิน 30,000 บาท เสียชีวิต/ทุพพลภาพ 35,000 บาท และเมื่อพิสูจน์แล้วเราเป็นฝ่ายถูก: ค่ารักษาไม่เกิน 80,000 บาท เสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงสูงสุด 500,000 บาท
- รถคู่กรณี ไม่มีแม้แต่ พ.ร.บ. → ยื่นขอค่าเสียหายเบื้องต้นจาก กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย (สำนักงาน คปภ. ทุกจังหวัด): ค่ารักษาไม่เกิน 30,000 บาท เสียชีวิต 35,000 บาท ภายใน 180 วัน แล้วกองทุนจะไปไล่เบี้ยเจ้าของรถคันนั้นเองพร้อมเงินเพิ่มตามกฎหมาย สอบถามสายด่วน 1186 — ขั้นตอนคล้ายกรณี ชนแล้วหนี
กรณีที่ 3: คู่กรณีไม่ยอมรับผิด เถียงว่าเราผิด
- อย่าเถียงกันเอง — รวบรวมหลักฐานแทน: คลิปกล้องหน้ารถ (ของเราและรถคันอื่น) กล้องวงจรปิดร้านค้า/แยกไฟแดง พยานบุคคล ตำแหน่งแผลรถสองคัน ร่องรอยเบรกบนถนน
- เรียกเจ้าหน้าที่เคลมทั้งสองฝ่ายมาหน้างาน ถ้าประกันสองบริษัทตกลงกันไม่ได้ หรือฝ่ายหนึ่งไม่มีประกัน → แจ้งตำรวจให้ทำสำนวน พนักงานสอบสวนจะชี้ว่าฝ่ายใดประมาท
- ระหว่างรอผล ถ้ามีประกันชั้น 1 ซ่อมรถไปก่อนได้ ผลออกว่าเราถูก บริษัทไปไล่เบี้ยต่อเอง
- ไม่พอใจการชี้ขาดหรือถูกบริษัทประกัน (ของคู่กรณี) เตะถ่วงจ่ายช้า ร้องเรียน คปภ. 1186 ได้เช่นกัน
สรุปสั้นๆ ให้จำไปใช้
หลักฐานชนะทุกวาทะ — กล้องหน้ารถคือทนายที่ถูกที่สุดที่คุณซื้อได้ ก่อนเจรจาอ่าน คำที่ห้ามพูดกับคู่กรณี เตรียม เอกสารตาม checklist ให้ครบ และถ้ายังไม่มีประกันภาคสมัครใจ เหตุการณ์แบบนี้แหละคือเหตุผลที่ควรมี — เปรียบเทียบความคุ้มครองแต่ละชั้นได้ที่ ความรู้ประกันภัย prakanpai
คำถามที่พบบ่อย
คู่กรณีผิดแต่ไม่มีเงินจ่าย ทำอะไรได้บ้าง?
ถ้ามีประกันชั้น 1 ให้บริษัทซ่อมแล้วไล่เบี้ยแทนเรา ถ้าไม่มี ให้ทำบันทึกข้อตกลงผ่อนชำระเป็นหนังสือต่อหน้าตำรวจ เบี้ยวเมื่อไหร่ฟ้องคดีผู้บริโภค/แพ่งได้ภายในอายุความ 1 ปีนับแต่รู้ตัวผู้รับผิด ชนะคดีแล้วบังคับคดียึดทรัพย์/อายัดเงินเดือนได้ตามกฎหมาย
เราเป็นฝ่ายถูก ใช้ประกันตัวเองซ่อม จะเสียประวัติหรือเสียส่วนลดเบี้ยไหม?
ไม่เสีย ถ้าแจ้งข้อมูลคู่กรณีครบและบริษัทไล่เบี้ยได้ เคลมนั้นบันทึกเป็น "ฝ่ายถูก" ไม่กระทบส่วนลดประวัติดี ตรงข้ามกับการเคลมแบบระบุคู่กรณีไม่ได้ ดังนั้นเก็บทะเบียนรถและข้อมูลคู่กรณีให้ได้เสมอ นั่นคือสิ่งที่ชี้ชะตาส่วนลดเบี้ยปีหน้าของคุณ
รถคู่กรณีไม่มีแม้แต่ พ.ร.บ. แล้วค่ารักษาคนเจ็บฝั่งเราใครจ่าย?
ยื่นขอค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยที่สำนักงาน คปภ. ได้: ค่ารักษาตามจริงไม่เกิน 30,000 บาท เสียชีวิต/ทุพพลภาพ 35,000 บาท ภายใน 180 วันนับจากวันเกิดเหตุ กองทุนจะไล่เบี้ยเอาจากเจ้าของรถที่ไม่ทำ พ.ร.บ. เอง และเจ้าของรถคันนั้นยังมีโทษปรับฐานไม่ทำ พ.ร.บ. ด้วย สอบถาม 1186


